เอนทรี่นี้คงไม่เกี่ยวกับ "ท็อปซัน" แต่อย่างใด(มั้ง?)

มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับ"เจ้าของบล็อคนี้"โดยแท้จริง

ตอนแรกคิดว่าจะไม่พูดหรือเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยเพราะน้องห้ามไว้ว่าอย่าอัพเลย

(เกรงว่าบางคนอาจมองว่าเราอาจเรียกร้องความสนใจ

แบบว่าสภาพเป็นแบบนี้ยังจะมากล้าอัพเรื่องที่เหมือนเป็นการ...........นั่นแหละ)

แต่ทำไงได้ไหนๆมันก็ครบรอบ 1 ปีแล้วที่ไอ้เจ้าของบล็อคมันอยู่มาได้

ทั้งที่จริงๆมันก็ควรตายไปนานแล้วจริงๆ

บวกกับเอนทรี่ที่แล้วที่เปิด FAQ#2เอาไว้แล้วมี 1 คำถามที่ถามว่า

"SLE" คืออะไร???? เจ้าของบล็อคเลยมาตอบให้เลย + อาจตอบ FAQ#2ถ้าเนื้อที่พอ

เรื่องมันเกิดเมื่อปี 2551 หลังการสอบแอดมิชชั่น ประมาณ 1-2 อาทิตย์

เจ้าของบล็อคก็เกิดไม่สบายหนัก และได้พบว่าความดันโลหิตสูงมากผิดปกติ

180/110 (ประมาณนี้) หลายครั้งรอดูอาการก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย

จึงต้องส่งเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน เพื่อหาสาเหตุแต่ก็ไม่พบแต่อย่างได้

ทั้งๆตรวจอะไรๆตั้งหลายอย่างทั้ง เอ๊กซ์เรย์ ตรวจคลื่นสมอง ฉีดรังสี มากมาย

อยู่โรงพยาบาลมา ระยะแรกๆมันก็ไม่ได้เป็นอะไรมากมายนัก

ก็สงสัยว่าทำไมต้องนอนโรงพยาบาลนานขนาดนี้

จากนั้นก็ถูกย้ายให้ไปอยู่ในห้องพิเศษ

เตียงรอบข้างในห้องรวม บ่นว่าไอ้เด็กนี้มันไม่เห็นเป็นอะไรเลย ย้ายทำไมว่ะ ให้คนอื่นย้ายดีกว่า

แต่แท้จริงแล้วเจ้าของบล็อคได้รู้ว่าตัวเองนั้น"ไตติดเชื้อ"

หมอบอกว่าพ่อแม่ต้องทำใจได้เลยว่า"โอกาสที่จะรอด"นั้นมีน้อยมาก

ตอนนั้นถามว่าตัวเองนั้นกลัวหรือเปล่า บอกเลยว่าวินาทีนั้นมันไม่มีเวลามากลัวเลย

แบบตายมันก็ต้องตาย ไม่ยากทรมาน ตายซะดีกว่า ชีวิตคงไม่รอดแล้วแน่ๆ

ผ่านไป 1 อาทิตย์ความผิดปกติของตัวเองก็ได้เริ่มเกิดขึ้น

"ไข้ขึ้นสูง ความดันสูงไม่ลดลง กินอะไรไม่ได้ กินข้าวได้ช้อนเดียวต่อมื้อได้ก็บุญแล้ว

แรงดูดน้ำจากหลอดก็ไม่มีเลย แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก

ไม่มีเรี่ยวแรง เดินไม่ไหว ทำอะไรไม่ได้เลย ปวดหัวมาก"

แล้วก็ต้องเข้าห้องฉุกเฉิน

เปลี่ยนหมอหลายคนมาก พยายามหาสาเหตุต่อไปว่าจริงๆแล้วเป็นอะไรกันแน่นะ

แต่อย่างว่าไม่เจอ ตกลงเราเป็นอะไรกันแน่ ทำเอาทั้งแม่และน้องไม่เป็นทำอะไร

ไม่รู้ว่าเราเองนั้นคิดมากหรืออะไร น้องบอกว่าเราเหม่อลอย เหมือนสติไม่อยู่กับตัว

เห็นหลายคนว่าเราแกล้งหรือเปล่า เรียกร้องความสนใจใช่ไหม แต่เราบอกเลยว่าไม่เลย

ใครมันอยากจะไปแกล้งให้ตัวเองมานอนโรงพยาบาลกัน

จนแบบว่าเอาล่ะเห็นทีต้องย้ายโรงพยาบาลเพราะอยู่ที่นี่ไปมันก็คงเป็นเหมือนซากไร้วิญญาณ

จึงส่งตัวไปที่โรงพยาบาลจุฬาฯ แล้วก็เริ่มทำการตรวจทุกอย่างใหม่หมดเลย

วัดความดันโลหิต(สูงเช่นเคย) ตรวจตามกระดูกตามข้อ เช็คเลือด

ตรวจยูรีน ตรวจคลื่นไฟฟ้า เช็คหัวใจ(เห็นหมอบอกว่าน้ำก็เกือบๆท่วมหัวใจ)

ตรวจปอด (เพราะเคยมีประวัติว่าติดเชื้อที่ปอดมาก่อน) ตรวจไต

และอีกบลา บลา ๆมากมาย จนได้ข้อสรุปออกมาทั้งหมดแล้วว่า "ตัวเองนั้นป่วยเป็น"

"โรค SLE"

แล้ว "โรค SLE" คืออะไร ไปดูคำตอบเลยล่ะกัน

รค เอส แอล อี (Systemic Lupus Erythematosus - SLE) หรือโรคลูปุส

เป็นโรคที่เกิด จากภูมิต้านทานในร่างกายของเราชนิดหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงไป ภูมิต้านทานชนิดนี้เป็น

โปรตีนในเลือดชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แอนติบอดี้ (ANTIBODIES)

ซึ่งปกติจะมีหน้าที่จับและทำลายสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคจากภายนอกร่างกาย

แต่โปรตีนชนิดนี้ ในผู้ป่วยโรคลูปุสจะจับ และทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะต่าง ๆ

ของผู้ป่วยโรคลูปุสเอง ขึ้นกับว่าจะจับอวัยวะใด

เช่น ถ้าจับที่ผิวหนังก็จะทำให้เกิดผื่น ถ้าจับกับไต ก็จะทำให้เกิดการอักเสบของไต

จับกับเยื่อหุ้มข้อ ก็จะเกิด ข้ออักเสบขึ้น (ตอนนี้เจ้าของบล็อคเป็นในจุดๆนี้เยอะมาก

เจ็บที ขยับไม่ได้เลย วันก่อนมันอักเสบมากเดินไม่ได้ ต้องคลานขึ้นบันได อนาถตัวเองทุกที

แม่บอกว่าน่ากลัวเหมือนผีช่องแอร์)

"จัดเป็นโรคที่เรื้อรังชนิดหนึ่ง"

สาเหตุทั่วไปของการเป็นโรคนี้??

ในปัจจุบันเรายังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรค เอส แอล อี แน่ชัด

แต่มี หลักฐานที่บ่งบอกว่าจะเกิดจากปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน คือ

1. กรรมพันธุ์ (ตัวเองคาดว่าที่เป็นเพราะข้อนี้)

2. ฮอร์โมนเพศหญิง

3. ภาวะติดเชื้อบางชนิด, โดยเฉพาะเชื้อไวรัส

นอกจากนี้เรายังทราบว่ามีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นหรือมีโอกาสเป็นโรค เอส แอล อี มีอาการรุนแรงขึ้น เช่น

1. แสงแดด โดยเฉพาะ แสงอุลตร้าไวโอแลต

2. การตั้งครรภ์

3. ยาบางชนิด

แล้วอาการที่เป็นล่ะ??

โรค เอส แอล อี เป็นโรคที่มีลักษณะการแสดงออกได้หลากหลายลักษณะ อาจมีอาการเฉียบพลันและรุนแรงหรือมีอาการค่อยเป็นค่อยไปเป็นช่วยระยะเวลานานหลายปี อาจมีอาการแสดงออกของหลายอวัยวะในร่างกายพร้อม ๆ กัน หรือมีการแสดงออกเพียงอวัยวะหนึ่งทีละอย่างก็ได้ มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ ได้ แต่ลักษณะเฉพาะของโรค เอส แอล อี คือผู้ป่วยจะมีอาการในหลาย ๆ ระบบของร่างกาย โดยจะเกิดขึ้นพร้อมกันหรือไม่พร้อมกันก็ได้

ควรสงสัยเมื่อไรว่าเป็นโรคนี้ซะแล้ว??

1. เมื่อมีไข้ไม่ทราบสาเหตุ นานเป็นเดือน (ข้อนี้แน่นอน)

2. เมื่อมีอาการปวดบวมตามข้อ (เริ่มมาเป็นตอนช่วงม.ปลาย)

3. เมื่อมีผื่นคันที่หน้า โดยเฉพาะเวลาถูกแสงแดด

4. เมื่อมีผมร่วงมากขึ้น (โคตรชัวร์ร่วงเป็นกระจุกๆ - -" ตอนนี้หายแล้ว แต่ผมฟูแทนกินยาหมอบอกทนไป 3 ปี)

5. เมื่อมีอาการบวมตามหน้า ตามเท้า (ตอนนี้หน้าบวมมาก - -" เท้าเคยบวมแบบใส่รองเท้าไม่ได้ เดินไม่ได้)

การรักษาเมื่อทราบว่าเป็นโรคนี้แล้ว??

1. ควรเข้าใจลักษณะของโรค ต้องเข้าใจก่อนว่าโรค เอส แอล อี เป็นโรคเรื้อรัง การดำเนินของโรคจะเป็นไปเรื่อย ๆ โดยอาจมีการทุเลาหรือกำเริบขึ้นได้เป็นระยะตลอดเวลา หรือกำเริบรุนแรงจนทำให้เสียชีวิตได้

2. พยาธิสภาพการเกิดโรคหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคยังไม่ทราบแน่ชัด

3. ผลของการรักษา และความอยู่รอดของผู้ป่วยขึ้นอยู่กับว่ามีอวัยวะใดบ้างที่เกี่ยวข้องหรือมีการอักเสบ ความรุนแรงของโรค ความรวดเร็วในการประเมิน ความรุนแรงและการได้รับการรักษาที่ถูกต้องนอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการติดตามดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดของแพทย์ และความต่อเนื่องและสม่ำเสมอของการได้รับการรักษาของผู้ป่วย โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีแรก

4. สาเหตุการเสียชีวิตของผู้ป่วย เอส แอล อี เกิดได้จาก 3 สาเหตุคือ

4.1 จากตัวโรคเอง เช่น การอักเสบของไต สมอง หลอดเลือด ตลอดจนการแตกของเม็ดเลือดแดง

4.2 จากภาวะติดเชื้อ กลไกพื้นฐานของโรค เอส แอล อี คือมีการเปลี่ยนแปลงในระบบภูมิคุ้มกัน ประกอบกับผู้ป่วยได้รับยาต่าง ๆ เพื่อลดการอักเสบและกดภูมิคุ้มกันของร่างกายลง ทำให้มีโอกาสติดเชื้อง่ายกว่าบุคคลทั่วไป

4.3 จากยาหรือวิธีการรักษา การรักษาโรค เอส แอล อี ขึ้นอยู่กับอาการว่าเป็นมาก เป็นน้อย ในผู้ป่วยบางรายใช้แค่ยาแก้ปวดแอสไพริน หรือ ยาลดอาการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ก็ควบคุมอาการได้ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงขึ้น แพทย์ต้องใช้ยาสเตียรอยด์เช่นยาเพร็ดนิโซโลน(prednisolone) ตั้งแต่ขนาดต่ำจนถึงขนาดสูงติดต่อกันเป็นเวลานานเป็นสัปดาห์หรือเป็นหลายเดือน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระบบอวัยวะที่มีการอักเสบ

(อันนี้เจ้าของบล็อคต้องกิน ครั้งแรกที่เริ่มกินคือ วันละ 10 เม็ดในตอนเช้า ตอนนี้เหลือ 1 เม็ดครึ่งแล้ว)

อะไรเป็นสาเหตุชักนำที่ทำให้โรค เอส แอล อี มีอาการรุนแรงขึ้นหรือกลับเป็นขึ้นใหม่??

1. การถูกแสงแดด อาจทำให้เกิดอาการกำเริบทางผิวหนัง และอาจะทำให้มีอาการ ของระบบอื่น ๆ ตามมาได้

2. การมีภาวะติดเชื้อ ไม่ว่าจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา

3. การตั้งครรภ์ ถ้ายังมีอาการของโรค เอส แอล อี อยู่ หรือยังควบคุมอาการไม่ได้ดี ยังไม่ควรตั้งครรภ์ ปกติแพทย์จะยอมให้ตั้งครรภ์ได้เมื่ออาการของโรคสงบลงอย่างน้อย 6 เดือน

4. การออกกำลังกายหรือทำงานหนักอย่างหักโหม

5. การถูกกระทบกระเทือนทางอารมณ์อย่างรุนแรง

ต่อไปตอบ FAQ#2 นะคะ

DAeRii*

1.คิดว่าฟิคนานาชิกับคุณซือเราจะแต่งรอดมั๊ย

ตอบ รอด เพราะ เห็น แต่งทุกวัน

2.คิดว่าเราหายเศร้าจากการจากไปของอารันรึยัง

ตอบ ยัง


3.ฟิคthe last memory is youควรมีเอนซีมั๊ย?

ตอบ ไม่ควรมี


4.อามากิงดียังไงทำไมมีแต่คนชอบ

ตอบ กวนประสาทมั้ง

 

5.อยากลองให้อิปู่โดนคุณซือกระทืบบ้างมั๊ย

ตอบ กระทืบให้มันยอมรักน้องเบเยอร์ก็เอาว่ะ


6.ถ้าพี่เบ้ขอร้องให้นานาชิพาหนี คิดว่าพี่เบ้ขอร้องให้พาหนีจากอะไร

ตอบ หนีจาก... เพราะ ทนเห็นคนที่ตัวเองแอบรักอยู่กับ...ไม่ได้

 

7.คิดว่าอิปู่เหมือนใครในการ์ตูนที่เราอ่าน

ตอบ แฮปปี้

 

8.พี่เบ้ล่ะ

ตอบ พีช


9.ลองเอาฟิคthe last memory ไปเขียนเป็นท็อปซันดูมั๊ยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์

ตอบ อย่าเอาอิปู่ไปเทียบกับคุณซือ


10.เอสแอลอีย่อมาจากอะไร

ตอบ ตอบข้างบนไปแล้ว


11.ย่อมาจาก sun luv e'อ้วนใช่มั๊ย

ตอบ คงงั้นมั้ง คุคุ


12.อย่าฮากุจริงจัง

ตอบ จริงจังที่สุดแล้ว


13.อยากให้กุถามอีกกุก็จะถามเรื่อยๆรอเอนทรี่ต่อไป

ตอบ พอก่อน มันไม่มีคนถามว่ะ ฮ่าฮ่า

คะ-แยน!

1.เริ่มชอบเทมแทตอนไหนคะ?

ตอบ เริ่มจากชอบแทยัง แล้วไปอีปู่ ชอบ 2 คน เจอว่าอิปู่อย่ากระชากเวอร์จิ้นแทยัง นั้นแหละ

อิปู่แกอ่ะผิด คิดบ้าๆแบบนี้ได้ไง แล้วยิ่งไปเจอพวกรูปที่ไม่มีใครสนใจ บวกแรงผลักดันของคนรอบข้าง

 

2.คิดยังไงถ้ามันจะแทเทม (555+)

ตอบ ก็ได้ มันก็โอเค พี่ก็เคยแต่ง ซันท็อป นี่ ขอให้คู่กัน ใครเมะใครเคะไม่เกี่ยง

 

3.เมื่อไหร่คุณทีโอพีจะล่ำกว่าพี่เบ้...

ตอบ ล่ำกว่ามาตั้งนานแล้วนะ ตรงพุงอะ ล่ำกว่าม๊ากมาก


4.ชอบคู่ไหนอีกบ้างคะ? ^^(นอกจากแดซึง 55)

ตอบ ยูซู


5.รักใครมากกว่ากันระหว่างทีโอพีกับพี่เบ้

ตอบ แทยัง

 

6.เอสแอลอีคืออะไรคะ? - v -

ตอบ ตอบแล้วข้างบนยาวมาก


7.เมื่อไหร่จะแต่งฟิคต่อคะ? ( กร้ากกก )

ตอบ เมื่อมีคนอยากอ่านจริงๆ คอมเม้นท์ด้วยก็จะกรุณามาก พักหลังแต่งไปไม่มีใครอ่าน

 

8.คิดว่าพี่เบ้ใส่กางเกงในสีอะไรตอนนี้

ตอบ สีขาวลายน้องเต่านีโม่ (ใส่ผ้าอ้อม เบ้ยังเด็กอยู่นะคะ ฮ่าฮ่า)

 

9.ทีโอพีด้วย

ตอบ สีเขียวเหลือง (มันใช้ใบตองห่อตูดใหญ่อ่ะ)

 

10.คิดยังไงกับคลิบล่าสุดที่ชเวปู่มัดจุก..

ตอบ พอเหอะ แม่ไม่ว่าเหรอ ทำตัวแบบนี้

---เอนทรี่นี้ก็จบลงอย่างไร้สาระหรือเปล่า---

ท้ายสุดขอขอบคุณ พ่อ แม่ มาราตรี(ผู้ผลักดัน) ลุง

พี่เหมียว พี่เบญ แห่งดรีมแลนด์ที่แสนหวาน

เหล่าคนที่เห็นด้วยกับเรา

"ท็อปซัน" ที่ทำให้เรามีชีวิตต่อไป

"เราทำเพื่อท็อปซันแล้วมีความสุข ก็จะทำต่อไป ขอให้ทุกคนโปรดเข้าใจเราด้วย"

1 ปีมีชีวิตรอดได้แล้ว ขอให้รอดต่อไปนานๆๆๆๆๆๆเหอะนะ

Photobucket

ชอบแฟนอาร์ตรูปนี้ของพี่ 5SS เหมือน "ท็อปซันให้กำลังใจเจ้าของบล็อค แอบมีชื่อเค้าด้วย" อิอิ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่าโรคนี้ป้าของข้าพเจ้าก็เป็นเหมือนกันค่ะ
แต่ป้าเขามีชีวิตรอดมาจะ 20 ปีได้แล้วค่ะ แล้วทุกวันนี้ก็ยังแข็งแรง คือมีแรงบ่นๆข้างหูได้ตลอดเวลา เหอะๆๆ

ก็รักษาตัวนะคะ ^ ^
เรื่องมันเศร้า+เรื่องมันเครียด
กุนี่แหละประสบเองกับชีวิต
เหมือนติดคุกไปไหนไม่ได้
ต่อรองอะไรก็ไม่ได้....
หนึ่งปีแล้ว
แต่ก็ยังติดในสมองกุอยู่
น่ากลัวชิบายเลยไอ่เตียงข้างๆอ่ะ
เตียงตรงข้ามด้วย โบกมือเรียกกูทั้งคือเลย
เล่นเอากุไม่ได้นอนจนเช้า
แถมอยู่ดีๆเตียงข้างๆก็ตายกับตากุอีก โอยยย
ชีวิตกุไม่แพ้มึงเลย เพราะกุก็อยู่กับมึงตลอด
แถมตอนกลางคืนเที่ยงคืนตีหนึ่งพยาบาลยังให้กุไปรับ
ยาอีก รู้มั๊ยว่ามันสยอง โรงบาลแม่งอย่างกับเขาวงกต
กุต้องโกหกพยาบาลว่าไปซื้อของอ่ะ
แต่จริงๆแล้วกุหลงทาง เกือบตาย

แมร่งเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

พยาบาลแมร่งนิสัยเลวได้อีกว่ะ พูดตรงๆ

-------------------------------
3.ฟิคthe last memory is youควรมีเอนซีมั๊ย?

ตอบ. ไม่ควรมี

กุตอบบ้าง. อยากให้มีแต่แต่งไม่เป็น ตอนนี้นานาชิเริ่มปิ๊งๆคุณซือล่ะ ตอนนี้เรื่องกำลังน่ารัก เดี๋ยวก็ได้หักมุมอีก

-----------------------------
ปล.เอาเป็นว่าถ้าใครทำให้มึงเครียดก็เท่ากับว่ามันพยายามฆ่ามึง กุจะไปแจ้งตำรวจจับมัน เพราะถ้ามึงเป็นอะไรไปสุดท้ายแล้วมันคือภาระกุ กับแล้วใครจะรับช่วงกิจการท็อปซัน กุไม่เอาด้วยหรอกนะ ซองโทริกุก็จะแย่แล้ว ทั้งบริหาร จัดการ ดูแลopen-mounthed smile
ปล2.ถ้ามึงตายกุจะเอารูปท็อปซันเป็นบัตรเชิญแขก โอเคนะมึงรับรู้แล้วนะ โอเคโอเค๊!!! sad smile

#2 By DAeRii* on 2009-05-01 22:43

สู้ๆไอ้น้อง

#3 By GD HoLiC on 2009-05-01 22:59

น่ากลัว...
แต่ยังไงก็ขอให้สุขภาพทรงตัวไปเรื่อยๆนะคะ
อีกหลายปีถัดมามันอาจจะมียารักษาก็ได้ใครจะรู้

^ ^
สู้ๆค่ะ ไฟท์ติ้ง!!

ปล.ถ้าไม่อยากเห็นท็อปเสื่อม อย่ากดเข้าบลอคเราตอนนี้เลยนะคะ = w =

#4 By คะ-แยน! on 2009-05-01 23:47

FIGHTING~!
สู้ๆจร้า!! 1ปีแล้วเนอะ^^

#5 By YO♥ 지용 on 2009-05-02 09:13

พี่ก็เป็นโรคนี้ค่ะ

แต่ยังไม่แสดงอาการมาก

ป่วยง่าย อ่อนแอ แพ้โน่นแพ้นี่
เข้าโรงบาลบ่อย
ต้องไปหาหมอเดือนล่ะครั้งเพื่อตรวจเลือด

สู้ๆ

พี่ก็จะสู้ค่ะ

#6 By kumameaw on 2009-05-02 14:58

*

เฮ้ย..สู้ๆนะคะ โรคแบบนี้ไม่ดีเลยค่ะ ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครเลยถ้าเป็นไปได้ เพราะเหมือนกับว่าเราไ่ม่ทางหาวิธีรักษาให้หายขาด แต่อยากให้สู้ต่อไปนะคะ กำลังใจและกำลังกายมันสัมพันธ์กันจริงๆ เราเป็นกำลังใจให้นะ

แล้วเรื่องแบบนี้เราว่าไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจหรอก ถ้าเราเป็น ..มันคือสิ่งที่เราเป็น เราแค่บอกเท่านั้น คนอื่นจะคิดอย่างไรบางทีเราก็ต้องปล่อยไป บางครั้งเราเอาเรื่องของคนอื่นมาใส่ใจของเรามากเกินไปก็ทำให้สุขภาพเราแย่นะ เข้มแข็งๆ


มาต่อๆ

เรียกคู่นี้ว่าท็อปซันเหรอ ขอเอาไปใช้บ้างได้ไหม -////- เราชอบคู่นี้ด้วยอ่ะแต่เราเรียกว่าเทมป์แท คิดว่าท็อปซันน่ารักกว่านะ มันดูมีความหมายดี คือ เทมป์แท ..คนอื่นแอบคิดว่า เทมป์แท(บิน)

อุ้ย เราชื่อเฮนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักจขบ.นะ
double wink

#7 By ENIGMA on 2009-05-02 15:55

พี่เกรซสู้ๆ ฮะ

ช่วงนี้ไม่ว่างเลย กำลังแปลซับอย่างหนักหน่วง

ยังติิด แฟคพี่เกรซไว้อยู่แล้ว

ุหุหิ หุหิ

สู้ๆ ฮะ

ทิกก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันหายได้หรือเปล่า แต่ก็อยากให้หายเป็นปกติ ^^ ปล. ไม่มีเวลาเม้นหมด โทษทีเน้
อ่า..อิโรคนี้ร้ายเเรง T[]T...เรา..ตั้งเเต่ปิดเทอมก็ปวดข้อบ่อยมากเลยค่ะ เเต่ไม่มีไข้ ฟู่ว โล่งอกอ่ะ TvT

ขอให้รักษาสุขภาพให้ดีนะคะ =w= มีความสุขนะ

#9 By Ma Mueakne_SR* on 2009-05-02 21:17

พี่เกรทอะ

ไนทเป็นหวง



พี่เกรทสู้ๆ ต้องอยู่กะไนทนะ

#10 By ไนท (124.121.64.240) on 2009-05-02 23:29

กระเป๋าดีไซน์เก๋สำหรับแฟนๆ Big Bang
สนใจกระเป๋า เข้าไปดูรายละเอียดที่
http://sizzygal.exteen.com/20090402/artist-s-bag

ปล. เรามีกระเป๋าสำหรับแฟนๆวง Girls' Generation & Wonder Girls ด้วยค่ะ

#11 By sizzygal on 2009-05-03 05:09

สู้ๆนะยังไงพี่ก็เป็นกำลังใจให้หนูเสมอdouble wink

#12 By JUNNA IS 1TYMER on 2009-05-04 18:06

เพิ่งมาเห็นขอโทษนะคะ

พี่เกรซถึงยังไงพี่เกรซก็ยังมีเมย์อยู่นะ
พี่เกรซทำได้ใช่ไหม
เมย์เชื่อว่าเวลา 1 ปีที่ปีเกรซสู้มาทำให้พี่เข้มแข็งมากๆ แล้วพี่ก็สามารถสู้ต่อไปได้แน่ๆ
เมย์รักพี่นะ
เป็นกำลังใจให้พี่เสมอนะคะ^^

#13 By +Ayame+ on 2009-05-05 00:29

แว่บเข้ามาอ่านคะ

รู้สึกเป็นห่วงเจ้าของบล็อกนิดนึง

ตรงข้อห้ามของคุณหมอ

5. การถูกกระทบกระเทือนทางอารมณ์อย่างรุนแรง

กลัวว่าเจ้าของบล็อกจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่

เพราะฉะนั้นพยายามอย่าจ้องหน้า"ท็อปซัน"

เกิน30วินะคะ เด่วจาไปกระทบกระเทือนอารมณ์

0>.<0

ฮิ้ววว

...

มาแพล่มเพี้ยนๆ อย่าถือสากันนะคะ

ขอให้สุขภาพของเจ้าของบล็อกดีขึ้น

ขอให้มีความสุขกับทุกๆวันนะคะ

God Bless Ya

::ตาต้า::

#14 By ::burnitbytatar:: on 2009-05-08 14:22

พอดีเพิ่งมาอ่าน ขอโทษด้วยนะคร้า

พี่คะ สู้ๆนะ พี่รอดมาได้แล้ว

แสดงว่าพี่ยังคงอยู่ต่อไปแน่นอนเลยแหละ

น้ำตาลเอาใจช่วยยยยยย

พี่เกรซ สู้ๆ ฮไวท์ติ้ง